2008/Oct/26

ขอย้ายไปที่ http://something4everything.exteen.com/ โดยไม่มีเหตุผลค่ะ

 

 

เปลี่ยนฮวงจุ้ย เผื่อชีวิตจะพัฒนา 

2006/Jan/26

nothing something'n everything10.2




CAUTION
1!! นี่คือ Harry Potter FanFiction ที่มาที่ไปอ่านได้จาก TALK
CAUTION2!! เป็นฟิกY
CAUTION3!! ถ้าคิดว่ารับไม่ได้ก็ปิดบลอกนี้และจากไปอย่างสงบก็แล้วกัน


แฮร์ริ่รีบพุ่งไปห้องสมุดเพียงเพื่อจะพบว่ามันปิด

แม้ว่าห้องสมุดปิดเร็วกว่าปกติ ถึงอย่างนั้นแฮร์รี่ก็ไม่คิดว่ามัลฟอยจะอยู่รอเขานานถึงป่านนี้แน่ อากาศเย็นจัดจนรู้สึกเจ็บเตือนให้เด็กหนุ่มรู้ตัวว่าเขาลืมใส่สเวตเตอร์และเสื้อคลุมก่อนวิ่งออกมา ไอขาวลอยฟุ้งเมื่อเขาถอนใจหนักหน่วงขณะคิดตัดใจกลับไปยังห้องนั่งเล่นรวม แต่แล้วอีกความรู้สึกที่รุนแรงกว่าพาให้ขาทั้งคู่วิ่งไปในทิศทางตรงข้ามก่อนที่สมองจะสั่งการด้วยซ้ำ

เด็กหนุ่มร่างสูงวิ่งผ่านห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยเด็กนักเรียน ผ่านทางเดินแคบๆและผนังหินเย็นยะเยือกลงสู่ใต้ปราสาท หอสลิธีรินเขาเคยแอบเข้ามาแล้วและจำได้แม่นด้วยว่าทางเข้าซ่อนอยู่ตรงส่วนไหน แฮร์รี่มั่นใจในความจำของตนจนกระทั่งมายืนอยู่หน้าประตูกลนั้นและ...

เมอร์ลิน!! เขาไม่รู้รหัสผ่าน!

แฮร์รี่ขยี้ท้ายทอยแรงๆอย่างขัดใจ จริงๆแล้วเขาแทบอยากเอาหัวโขกกำแพงตรงหน้าด้วยซ้ำ ให้ตายสิ งี่เง่าชะมัด เขามาทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้

แสงจากเทียนนับพันในห้องโถงใหญ่แทบไม่ผ่านเข้าตาแฮร์รี่เมื่อเขากลับมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มรออยู่หน้าหอสลิธีรินเกือบครึ่งชั่วโมงเพียงเพื่อจะพบว่าไม่มีใครผ่านมาเลย บางทีพวกนั้นอาจจะเปลี่ยนทางเข้าออกแล้วก็ได้

แฮร์รี่หนาวจนชาแต่นั่นยังไม่หนาวเท่ากับความคิดที่ว่ามัลฟอยจะโกรธแค่ไหนที่เขาลืมนัดครั้งนี้

โอ๊ยยย น่าเบื่อชะมัด เสียงแหลมอย่างขัดใจไล่หลังคือเสียงของ แพนซี พาร์กินสัน เดรโกไปอยู่ไหนนะ ห้องนั่งเล่นรวมก็ไม่มี คุกใต้ดินก็ไม่มี หายไปทั้งวันเลย ว่าพลางวิ่งเข้าไปถามสองคู่หูตัวโตประจำบ้านที่กำลังแย่งทาร์ตน้ำตาลชิ้นสุดท้ายกันชุลมุน

ตื่นมาก็ไม่เจอแล้ว คนตอบคือกอยล์ผูพ่ายแพ้ในศึกชิงขนม เขามองของกินในปากเพื่อนอย่างอาวรณ์

เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์ไม่อยู่ฟังว่าแพนซีจะโวยวายอะไรกับเพื่อนร่วมบ้านทั้งสองต่อ เขาเกิดความคิดใหม่แล้วและมุ่งหน้ากลับไปยังหอนอนอย่างรวดเร็ว คว้าแผนที่ตัวกวนจากก้นหีบพร้อมร่ายคาถาอย่างรีบร้อน

เส้นสายต่างๆค่อยๆปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ช้าจนแฮร์รี่คิดว่าตัวเองจะขาดใจเสียแล้วก่อนที่จะเห็นชื่อเล็กๆของเดรโก มัลฟอยที่มุมหนึ่งของตัวปราสาทแยกไกลออกไปจากบริเวณที่เต็มไปด้วยผู้คน เขาใช้เวลาอึดใจเพื่อจะนึกว่ามันคือส่วนไหนกันแน่

หอคอยทิศเหนือ!!

แฮร์รี่ไม่เสียเวลาคิดเรื่องอื่นใดอีก คว้าได้แค่เสื้อคลุมก็พรวดพราดออกจากหออีกครั้งท่ามกลางสายตาประหลาดใจของเพื่อนทุกคน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - -

ชั้นเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์ของศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ถูกยกเลิกไปแล้วเมื่อเธอตัดสินใจลาพักและโอนให้ฟีเรนเซ่- -เซนทอร์จากป่าต้องห้ามมาเป็นผู้สอนแทน หอคอยทิศเหนือจึงกลายเป็นห้องว่างตั้งแต่เปิดเรียนเทอมนี้เพราะฟีเรนเซ่เองสมัครใจจะสอนนักเรียนของเขาที่ชายป่าต้องห้ามแทน

แฮร์รี่ดันประตูทรงกลมเหนือศีรษะขึ้น ห้องที่ไม่มีใครใช้นั้นทั้งอับและมืดจนเด็กหนุ่มลังเล มัลฟอยจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน?

ลูมอ...ส

เปรี้ยง!!

เขาเพิ่งหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมายังร่ายคาถาไม่จบด้วยซ้ำเมื่อแสงไฟเจิดจ้าบาดตาสว่างวาบขึ้นในความมืดนั้นตามด้วยวัตถุบางอย่างที่พุ่งเฉียดหูแฮร์รี่ไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเสียงแก้วกระทบผนังแตกกระจายก่อนจะลุกเป็นไฟเงียบๆ หากว่าเมื่อครู่เขาไม่ไวพอที่จะเอียงศีรษะหลบตามสัญชาติญาณเชื่อได้เลยว่าเขาจะไม่มีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สองแน่ๆ

ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป ใครอีกที่จะกล้าลงมือได้โหดเหี้ยมและบ้าคลั่งอย่างนี้นอกจากพ่อมดอารมณ์ร้ายจากสลิธีริน

เดรโก มัลฟอยนั่งขดอยู่ข้างช่องหน้าต่างด้านหนึ่ง เปลวไฟสีฟ้าจากเศษลูกแก้วเมื่อครู่ให้แสงอ่อนจางทั่วหอคอยทรงกลม โดยเฉพาะใบหน้าไร้อารมณ์นั่นยิ่งดูเหมือนรูปสลักจากน้ำแข็งที่ขาดชีวิตและความรู้สึก

แฮร์รี่กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ปรับประสาทสัมผัสทั้งหลายให้เตรียมรับการโจมตีระลอกใหม่ แต่มัลฟอยมองตอบกลับมาด้วยสายตาว่าง ดวงตาสีเทานั้นดูเวิ้งว้างและห่างไกลไม่ผิดกับดวงดาวในคืนที่ยาวนาน

มัลฟอย... เขาส่งเสียงอย่างไม่แน่ใจ และคำตอบรับคือเสียงลูกแก้วกระทบผนังเหนือศีรษะ แฮร์รี่แทบไม่เห็นอีกฝ่ายขยับกายแม้แต่น้อย ริมฝีปากบางนั้นร่ายคาถาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เด็กหนุ่มได้แต่งงงัน

ฉันกำลังอารมณ์เสียสุดขีด พอตเตอร์ พ่อมดหนุ่มร่างเพรียวยืดตัวขึ้นช้าๆ เสียงของมัลฟอยไม่ดังไปกว่าเสียงลมหนาวแต่มันชัดเจนยิ่งนักในหูแฮร์รี่ ทำไมนายถึงโผล่ไปทั่วทุกที่เลยนะ ฉันเกลียดขี้หน้านายเต็มทีแล้ว เสียงพูดเรียบเรื่อยเหมือนบ่นกับตัวเอง แต่เมื่อสิ้นคำสุดท้ายแฮร์รี่ก็ต้องกระโดดหลบวัตถุที่พุ่งมายังตัวเขาอีกครั้ง

ตอนนี้เสียงแก้วแตกสลับกับเสียงร่ายคาถากราดเกรี้ยวจากเด็กหนุ่มสลิธีริน เศษของมันกระจายที่ไปทั่วให้แสงซีดสีต่างๆไม่ซ้ำกันและ เพียงไม่นานทั่วร่างสูงก็เต็มไปด้วยบาดแผล แฮร์รี่ไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแค่พยายามหลบเลี่ยงการโจมตีและปัดป้องตัวเองเท่านั้น

ทำไมไม่สู้บ้างล่ะ พอตเตอร์ มัลฟอยย่างเท้าเข้ามาใกล้แฮร์รี่ที่เสียหลักล้มลง แสดงความเก่งของนายหน่อยสิ ชอบไม่ใช่เหรอ เอาชนะฉันสิ

...ฉันไม่ทำหรอก แฮร์รี่ตอบด้วยเสียงแหบแห้ง ฉันทำไม่ได้ ฉันเป็นฝ่ายผิดเอง...ขอ...

หุบปาก!! ฉันไม่อยากฟังอะไรจากนายทั้งนั้น เพียงแค่สะบัดเบาๆ แสงสีขาวจากปลายไม้กายสิทธิ์ก็สร้างความเจ็บผสมความร้อนที่ผิวแก้ม พอตเตอร์ นายมันไอ้งี่เง่า

ฉันขอโทษ

น่าสมเพชที่สุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายผู้รอดชีวิต พระเอกของโลกเวทมนตร์ มัลฟอยเยาะ ฉันแปลกใจตัวเองจริงๆที่ทนกับนายมาได้นานขนาดนี้ เขาเอียงคอมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากับเลือดไหลที่ออกจากบาดแผลเล็กๆทั้งหลายบนใบหน้าและแขนขา

แฮร์รี่สบตาคู่นั้น ไม่กล้าคาดเดาเหตุการณ์ต่อไปและก็นึกไม่ออกว่าบทสรุปของเรื่องในคราวนี้จะเป็นอย่างไร จนกระทั่งเสียงโวยวายของใครบางคนดังขึ้น

นักเรียนทะเลาะกัน นักเรียนทำลายข้าวของ!!

ผีโพสเตอร์ไกส์ประจำโรงเรียนโผล่พรวดมาจากพื้นห้อง มันส่งเสียงดังไม่หยุดขณะเด้งไปรอบๆห้องที่ยุ่งเหยิง

อะฮ่า...แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเดรโก มัลฟอย ตัวป่วนก่อเรื่องอีกแล้ว พีฟส์หัวเราะร่าราวกับได้ค้นพบเรื่องสนุกสุดแสน แต่แล้วก็มีอันต้องอ้าปากค้างเมื่อคาถาบางอย่างจากพ่อมดสลิธีรินพุ่งเข้าใส่มันอย่างไม่คาดฝัน ร่างของผีโพสเตอร์ไกส์ที่ไม่มีใครเคยจัดการได้ถูกอัดติดผนังจนกระจายออกเป็นละอองฟุ้งก่อนจะกลับมารวมตัวใหม่อีกครั้งท่ามกลางความประหลาดใจของแฮร์รี่ และพีฟส์ที่ตกตะลึงยิ่งกว่า

หุบปากของแกซะ แล้วรีบไสหัวไปไกลๆเลย มัลฟอยพูดเสียงต่ำ สายตายังไม่เคลื่อนไปจากปลายไม้กายสิทธิ์ ไม่งั้นฉันจะทำให้แกเป็นผียิ่งกว่านี้แน่

พีฟส์ลอยอยู่เหนือศีรษะเด็กหนุ่มทั้งสอง เป็นครั้งแรกที่แฮร์รี่เห็นความงงงันและความหวาดเกรงที่เกิดขึ้นในผีโพสเตอร์ไกส์ตนนี้ มันส่งสายตาเกลียดชังและคำอาฆาตพ่อมดผมบลอนด์ที่ดูไม่สะทกสะท้านอะไร และเป็นอีกครั้งที่พีฟส์ต้องล่าถอยอย่างหมดทางสู้

คอยดูแล้วกัน ว่ามักกอนนากัลหรือสเนปจะมาถึงที่นี่ก่อนกัน ผีจอมแสบทิ้งท้ายก่อนจะผลุบหายไปอย่างรวดเร็ว

ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้งระหว่างพ่อมดหนุ่มทั้งสอง แต่บรรยากาศที่อึดอัดด่อนหน้านี้ค่อยคลายลงมากแล้ว ถือว่าโชคดีของแฮร์รี่ที่พีฟส์โผล่มารับเคราะห์เป็นเหยื่อระบายอารมณ์ของพ่อมดสลิธีรินขี้โมโหเสียก่อน มัลฟอยเองหลังจากที่ได้อาละวาดแบบเต็มๆแล้วก็ดูเหมือนจะหายหงุดหงิดไปหลายส่วน แต่กระนั้นเสี้ยวหน้าขาวยังคงความเย็นชาไว้เช่นเดิม

แสงไฟจากเศษลูกแก้วมอดลงอย่างช้าๆและก่อนที่ทั้งห้องจะกลับสู่ความมืดอีกครั้ง

ลูมอส แฮร์รี่ถือไม้กายสิทธิ์ที่มีแสงสว่างไว้ เขารวบรวมความกล้าอยู่อึดใจเพื่อจะเรียก มัลฟอย...รีบไปจากนี่ก่อนที่อาจารย์จะมาเถอะ

ในแสงสลัวเขามองเห็นริมฝีปากบางบิดเย้ยเล็กน้อยราวกับจะบอกว่า - - ใครจะสน แต่แฮร์รี่กลับถือเอาความเงียบของอีกฝ่ายเป็นการยินยอม

ความประหลาดใจมาเยือนอีกครั้งเมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงออกแรงดันประตูที่ไม่ขยับเขยื้อน แฮร์รี่ทั้งผลัก ดันและดึงจนหมดแรง แต่ก็ไร้ผลราวกับว่าไม่เคยมีทางเข้าอยู่ตรงนั้นมาก่อน

พีฟส์ ไอ้ผีบ้า ทำแสบนักนะ ตอนนี้แม้แต่จะตะโกนด่าแฮร์รี่ยังแทบไม่ไหว

แล้วนี่มันเรื่องอะไร เขามาติดอยู่ในห้องบนหอคอยนี้กับมัลฟอยงั้นเหรอ? ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คงเป็นสถานการณ์ที่ไม่เลวเท่าไหร่ แต่นี่แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าพ่อมดสลิธีรินอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่ เห็นนิ่งๆอยู่แบบนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ลุกขึ้นมาร่ายคาถาอะไรใส่เขาอีก

เสียเวลาเปล่า เสียงเยาะเย็นๆลอยมากระทบหูคนที่กำลังหาทางเปิดประตูอย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กหนุ่มผมดำเงยหน้าขึ้น ออกจะแปลกใจไม่น้อยที่เห็นว่าคนช่างโวยตรงหน้าดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจอย่างเขา

แล้วจะทำยังไง แฮร์รี่ถามโง่ๆอย่างหมดหวัง นายจะไม่ทำอะไรหน่อยเหรอ เราถูกขังอยู่ในนี้นะ

มัลฟอยเบือนหน้ากลับมา ถ้าขนาดแฮร์รี่ พอตเตอร์ผู้เก่งกาจยังทำไม่ได้ ฉันจะไปมีปัญญาทำได้ยังไงกัน

โธ่ มัลฟอย ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...เอ่อ...ไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้นะ ฉันผิดเองที่ลืมนัด ให้ฉันทำอะไรก็ได้ถ้านายจะยอมยกโทษให้ แม้แต่ตัวแฮร์รี่เองยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องยอมง้ออีกฝ่ายมากขนาดนี้

นายจำคำพูดนี้ไว้ก็แล้วกัน คนถูกง้อตอบกลับด้วยแววตาไม่ประสงค์ดีเท่าไหร่

งั้นตอนนี้มาช่วยกันหาทางออกก่อนได้ไหม แฮร์รี่ยังคงหมกมุ่นกับปัญหาตรงหน้า

งี่เง่าน่า ถ้ามันถูกล๊อคด้วยคาถาจากข้างนอกเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว มัลฟอยเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังร่างสูง ท่าทางกวนประสาทอย่างเก่ากลับมาเกือบสมบูรณ์แบบ กลัวกลับหอไม่ทันหรือไงพอตเตอร์ ว่าพลางเลิกคิ้วอย่างที่เคยทำประจำ

แฮร์รี่มองท่าทางเหล่านั้นอย่างลืมตัว นานแล้วในความรู้สึกที่ท่าทางกับคำพูดเหล่านั้นได้หายไป

นายไม่ชอบติดอยู่ที่นี่กับฉันแน่ๆ มัลฟอย สมองแทบไม่ทันสั่งการเมื่อแฮร์รี่พูดออกมา

แน่ล่ะ ฉันไม่ใช่สาวน้อยคลั่งรักของนายนี่...

ฉันไม่มีสาวน้อยอะไรอย่างที่นายว่าซักหน่อย เด็กหนุ่มร่างสูงรีบขัด

หุบปากน่า ฉันยังพูดไม่จบแล้วฉันก็ไม่สนด้วยว่านายจะมีใคร... (- - แต่ฉันสนว่านายจะมี เสียงแฮร์รี่ดังอยู่ในใจ) เอาเหอะ นายไม่ต้องพยายามเปิดประตูนั่นหรอก เดี๋ยวก็มีคนออกมาตามเองแหละถ้าเราไม่กลับไปตอนเวลาเข้าหอ

เวลาเข้าหอ? นั่นมันตั้งสามทุ่ม...

ตกใจอะไรนักหนา ฉันต้องอยู่กับนายอีกตั้งหลายชั่วโมงก็ไม่ได้รู้สึกดีหรอกนะ มัลฟอยหน้าบึ้ง

แฮร์รี่อยากจะบอกว่าเขาคิดตรงข้ามกับอีกฝ่าย แต่นั่นแหละขืนพูดออกไปคงได้เกิดสงครามอีกรอบแน่ แล้วเขาก็ไม่กล้าคิดถึงเหตุผลว่าทำไมเขาต้องรู้สึกดีด้วย

ระหว่างนี้นายก็เก็บกวาดห้องนี้ไปพลางๆก่อนละกัน จู่ๆคุณชายก็ออกคำสั่ง เมื่อกี๊นายเพิ่งบอกว่ายอมทำทุกอย่างนะ รีบพูดดักคอก่อนที่คนฟังจะได้ค้าน

แฮร์รี่จึงได้แต่ส่งสายตาเป็นเชิงถามอย่างงงๆ

เผื่อว่าพีฟส์ไปฟ้องพวกอาจารย์จริงๆ อย่างน้อยเราก็จะไม่ถูกหักคะแนนเพราะเรื่องทำข้าวของเสียหายนะ คนช่างคิดชี้แจงเหตุผล แฮร์รี่อยากจะเถียงดังๆว่าคนที่ทำลายข้าวของเสียยับเยินขนาดนี้คือคุณชายจอมสั่งนี่เอง แต่สุดท้ายเขาก็ทำได้แค่มองอีกฝ่ายย้ายไปนั่งริมหน้าต่างด้วยท่าทีชัดเจนว่าตัวเองจะไม่ลงมือทำอะไรแน่

ราวกับว่าเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่แฮร์รี่แทบเอาชีวิตไม่รอด ราวกับว่าเมื่อครู่แฮร์รี่แค่ฝันร้ายไปเพียงลำพังเมื่อเห็นท่าทางเรื่อยๆของคนตรงหน้า เด็กหนุ่มร่างสูงเริ่มจัดการกับโต๊ะเก้าอี้ที่ไม่เป็นระเบียบจัดการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย พยายามเสกคาถาใส่ผ้าม่านหนาหนักที่เป็นรูและรอยไหม้ โดยมีพ่อมดมาดคุณชายคอยชี้นิ้วบงการตลอดเวลา

พรมตรงประตูด้วย พอตตอร์ เสียงมัลฟอยเต็มไปด้วยความพอใจ

ได้ทีล่ะก็สั่งเอาๆเชียว คนทำงานงกๆอุบอิบ

บ่นอะไร หา?

เปล่า...ซะหน่อย คนถูกสั่งกัดฟันตอบขณะก้มลงสำรวจร่องรอยความเสียหายตามคำบอกอีกฝ่าย

...

เสียงจากภายนอกแว่วเข้ามา แฮร์รี่นิ่งฟัง ใครบางคนกำลังมุ่งหน้ามายังห้องบนหอคอยนี้ ทางเดินแคบๆกับผนังหินช่วยสะท้อนเสียงนั้นให้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

สเนป เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์คราง ภาวนาให้เขาวิตกไปเองเถอะ

มีอะไรเหรอ? ใครกำลังขึ้นมาใช่ไหม มัลฟอยหัวไวเสมอรีบกระโดดเข้ามาเมื่อเห็นแฮร์รี่แนบหูกับประตู

ผู้ชาย... มัลฟอยทำท่าทางอย่างเดียวกัน ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมสีอ่อนอยู่ตรงหน้าดวงตาสีเขียวมรกตห่างเพียงฝ่ามือ กลิ่นหอมจางๆลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก ถึงตอนนี้แฮร์รี่คิดว่าเขาคงไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้วนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอก

นายว่า... เจ้าของผมบลอนด์พลิกหน้ากลับมาแล้วก็ต้องชะงัก มัลฟอยเองก็ไม่คาดว่าเขาจะอยู่ใกล้อีกฝ่ายขนาดนี้ ดวงตาสีเทามองสบลูกแก้วสีเขียวเพียงชั่ววินาทีก่อนจะผุดลุกขึ้นอย่างเร็ว นาย...นายว่าใครกำลังมา?

เขาคิดไปเองรึเปล่า? แฮร์รี่ได้ยินความประหม่าในน้ำเสียงนั้น เป็นเพราะเขารึเปล่า?

ไม่รู้สิ...อาจใช่มั้ง ร่างสูงตอบอย่างเลื่อนลอย หลังจากนี้ต่อให้สเนปหักคะแนนเขาจนไม่เหลือแฮร์รี่ก็ไม่สนแล้ว

เสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ความคิดหนึ่งผ่านเข้ามาในหัวเด็กหนุ่มผมดำ สเนปหรือจะพูดอะไรยืดยาวขนาดนี้ น้ำเสียงทุ้มดังกังวาลเป็นจังหวะเต็มไปด้วยความนุ่มนวล...ดัมเบิลดอร์

ไม่ผิดแน่แล้วอาจารย์ใหญ่กับใครบางคน แฮร์รี่ไม่อาจรู้ได้ว่าใครกันที่ดัมเบิลดอร์จะพามาที่นี่ในเวลาเช่นนี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาจะมาคิดหาคำตอบตอนนี้เพราะดูเหมือนพ่อมดชราอยู่ไม่ห่างจากห้องนี้แล้ว และไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามเด็กหนุ่มรู้ว่าเขาไม่ควรมีตัวตนอยู่ในที่นี้แน่

ไวเท่าความคิด แฮร์รี่ดีดตัวขึ้นจากพื้นห้องพลางคว้าเอาร่างของพ่อมดสลิธีรินติดอ้อมแขนข้ามไปยังอีกฟากของห้อง ที่ตรงนั้นมีช่องเล็กๆระหว่างชั้นวางของ โชคดีที่มันกว้างพอสำหรับเด็กหนุ่มทั้งสองจะหลบได้

มัลฟอยมั่นตั้งตัวจู่ๆก็ถูกลากเข้ามาอยู่ในซอกโดยไม่รู้สาเหตุกำลังตั้งท่าจะโวย แต่มือใหญ่กลับวางทับบนริมฝีปากเขาอย่งถือวิสาสะ เป็นเวลาเดียวกับที่ประตูที่อยู่บนพื้นค่อยแง้มออก สายตาทั้งสองจับจ้องไปยังต้นเสียงพร้อมกัน

ดัมเบิลดอร์ร่ายคาถาเบาๆขับไล่ความมืดก่อนจะส่งมือไปช่วยพยุงร่างของใครบางคนที่ตามมาเบื้องหลัง ร่างเพรียวบางในแสงสลัวยืดตัวด้วยท่าทางดูสง่างามหากแฝงแววโศกเศร้าที่ไม่อาจปกปิดได้ ในยามปกติเธอคงมีแผ่นหลังเหยียดตรงและลำคอระหงอยู่ใต้คางที่เชิดขึ้นน้อยๆ เพียงแต่เวลานี้ดูเหมือนความทุกข์บางอย่างจะกดทับลงมายังไหล่ทั้งสองที่ลู่ลงอย่างคนที่ดูเหน็ดเหนื่อย

แฮร์รี่ไม่ต้องเสียเวลายาวนานให้รำลึกถึงสุภาพสตรีคนนี้ เส้นผมสีทองถูกมัดรวบไว้อย่างเรียบง่ายแต่สวยงาม กับเค้าโครงหน้าที่เหมือนกับคนข้างกายเขาในตอนนี้แทบไม่ผิดเพี้ยน

เมื่อมัลฟอยเห็นผู้ที่มาใหม่ถนัดตา เขาเองก็ดูประหลาดใจมาก และเกือบจะก้าวออกไปจากที่ซ่อนถ้าไม่เพราะแฮร์รี่รีบตะครุบตัวเขาไว้และลากกลับมาอยู่ตรงเงามืดเสียก่อน แม้จะออกแรงขัดขืนแต่เพราะอีกฝ่ายมีกำลังมากกว่า เด็กหนุ่มผมบลอนด์จึงได้แต่ทำหน้ายุ่งอยู่ในอ้อมแขนคนตัวใหญ่

นาร์ซิสสา มัลฟอยทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน หันด้านหลังให้แฮร์รี่และมัลฟอยแต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็อยู่ในระยะที่ใกล้พอจะได้ยินบทสนทนา

เอาล่ะ ก่อนอื่นต้องบอกว่า ยินดีที่ได้พบกันอีก มิสซิสมัลฟอย ดัมเบิลดอร์เริ่มต้นด้วยเสียงนุ่มนวล เขาประสานมือไว้เหนืออกด้วยท่าทีที่เห็นเป็นประจำ

เช่นกันค่ะ แต่ถ้าอาจารย์จะกรุณาเรียกฉันด้วยชื่อเดิมจะดีกว่า ชื่อนี้คงใช้อีกไม่นานแล้ว นางมัลฟอยตอบกลับด้วยเสียงเรียบเย็น แฮร์รี่มองไม่เห็นใบหน้าเธอ แต่ร่างที่อยู่แนบกายเขากลับไหวเยือกไปกับคำพูดนั้น

ได้ มิสแบล็ก วันนี้เราจะย้อนกลับไปเป็นเหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อนอีกครั้ง และฉันก็ยินดีจะให้คำปรึกษาเธอในทุกเรื่อง ศาสตราจารย์ชรากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้ผู้พบเห็นเกิดความสบายใจ

ทุกอย่างดูเลวร้ายไปหมดค่ะ นางมัลฟอยหรือ นาร์ซิสสา แบล็กเมื่อยี่สิบปีก่อนถอนหายใจแผ่วเบา ต้องขอบคุณบรรยากาศตึงเครียดและความเงียบทำให้แฮร์รี่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นโดยไม่ยาก ตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อคราวนั้น ทุกอย่างมันแย่ลงเรื่อยๆ...จนฉันตัดสินใจ... เสียงพูดค่อยหายไปในลำคอ

การหนีไม่ช่วยให้ปัญหาต่างๆคลี่คลายหรอกนะ ชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งมาก แล้วเธอเองก็ไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกด้วย

ฉันทราบดี แต่เรื่องของลูเซียสไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้ฉันตัดสินใจหรอกค่ะ ที่สำคัญคือเดรโกต่างหาก หล่อนก้มหน้าลงสักพัก ใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดต่างๆที่อยู่ในใจ เรามีความเห็นไม่ตรงกันมาตลอดเรื่องการเลี้ยงลูก ลูเซียสมักบอกว่าพวกสายเลือดบริสุทธิ์นั้นสูงส่งกว่าใครๆ เขาสอนลูกให้สำคัญตัวในเรื่องแบบนี้เสมอ ทั้งที่มีเรื่องราวอีกมากที่เดรโกควรได้รู้จัก...

ทีแรก ฉันหวังว่าการที่เขาได้มาเรียนที่ฮอกวอตส์อาจช่วยให้เขาเรียนรู้สิ่งอื่นบ้างนอกจากคำว่าเลือดบริสุทธิ์ แต่มันน่าแปลกใจมากที่พ่อของเขามีอิทธิพลต่อความคิดเขามากมายขนาดนี้ นางมัลฟอยถอนหายใจหนักหน่วง เดรโกเพิ่งอายุสิบหก ชีวิตเขาเพิ่งเริ่มต้นและมีอนาคตอีกยาวไกลเกินกว่าที่จะต้องมาจ่อมจมอยู่กับความคิดไม่เข้าท่าพวกนี้ ฉันอยากหาทางปลดปล่อยเขาออกจากกรอบชีวิตที่ลูเซียสบังคับให้เขาอยู่ ถึงตอนนี้เธอไม่อาจกลั้นสะอื้นไว้ได้อีก แฮร์รี่ได้ยินเสียงนั้นแผ่วเบาในคำพูดของเธอ

นั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฉันคิดจะหย่าค่ะ ฉันคิดเรื่องนี้มานานแล้ว

นี่คือเหตุผลที่ทำให้มิสเตอร์มัลฟอย เอ่อ เดรโก ดูไม่สดใสในปีนี้สินะ ดัมเบิลดอร์เอ่ยเป็นประโยคแรกหลังจากนิ่งฟังมาเนิ่นนาน

เดรโกต่อต้านเรื่องนี้มาตลอด เธอยอมรับ

เป็นเรื่องไม่คาดคิดอีกเรื่องที่เขาได้รับรู้และนี่เองที่ตอบข้อสงสัยต่างๆในใจแฮร์รี่ได้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับพฤติกรรมที่แปลกไปของอีกฝ่ายในเทอมนี้

แต่ฉันอยากให้เขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจริงๆ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ลูเซียสไม่มีวันมอบให้เขาได้ ฉันหมายถึง...ความอบอุ่น นางมัลฟอยกล่าวต่อแล้วเงียบไปอีกนาน

แววตาพ่อมดชราดูเปี่ยมไปด้วยความเห็นใจ คิ้วขาวทั้งสองข้างเลิกขึ้นก่อให้เกิดแถบลึกบนหน้าผากที่ผ่านเวลามาเนิ่นนาน ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่อาจตัดสินได้ หากไม่ฟังความเห็นของเดรโกนะ เธอได้ลองคุยกับเขาดูรึยัง

แฮร์รี่เกือบรั้งมัลฟอยไว้ไม่อยู่เมื่อเขาพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุม เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์ต้องเกร็งต้นแขนด้วยแรงมากมายเพื่อตรึงร่างนั้นไว้แนบอก มือใหญ่อีกข้างจำต้องยกขึ้นมากดทับริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ

ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีทองสั่นเบาๆแทนคำตอบ นางมัลฟอยก้มหน้าเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น แต่เธอก็ไม่อาจห้ามไหล่ที่ไหวโยกอย่างแรงนั้นได้ ฉันกำลังจะบอกให้เขาตัดสินใจเสียทีว่าจะมาอยู่กับฉันหรือไม่ แต่ เมอร์ลิน!! มาเกิดเรื่องนี้เสียก่อน ฉันเลยส่งจดหมายบอกเขาว่าขอระงับเรื่องการหย่านี้ไว้สักพัก เขาตอบกลับมาว่าดีใจที่ฉันหยุดคิดเรื่องนี้ โอ! เดรโก เขาไม่รู้สักนิดว่าเกิดอะไรขึ้น คราวนี้เธอไม่พยายามปกปิดอาการเศร้าโศกอีกต่อไป ฉันไม่รู้จะบอกเขาอย่างไรดีเรื่องพ่อของเขา...

ถูกกลุ่มผู้เสพความตายทำร้าย...นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพูดออกไป

ไหล่บางสะท้านยะเยือกอยู่ในอ้อมแขนเด็กหนุ่ม

บทสนทนายังดำเนินต่อไป โดยผู้พูดไม่มีโอกาสได้รู้ว่ามีบุคคลที่สามและสี่คอยรับฟังอยู่

แล้วตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง

ยังไม่รู้สึกตัวเลยค่ะ เขา...นอนอยู่อย่างนั้น...มา...นาน...เกินไป...แ..ล้ว คำพูดของนางมัลฟอยขาดห้วงจนฟังแทบไม่ได้ความ ตามด้วยความเงียบที่ยาวนานคั่นด้วยเสียงสะอื้นหนักๆเป็นช่วงๆ

เดรโก มัลฟอยเลิกดิ้นรน ดูเหมือนร่างกายเขาจะกลายเป็นก้อนหินเย็นๆไปในวินาทีใดวินาทีหนึ่งนั้น

ขอโทษค่ะ... ในที่สุดนางมัลฟอยค่อยๆเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งแผ่วเบา หล่อนเงยหน้าขึ้น ในเวลานั้นเธอกลับเป็นนาร์ซิสสา มัลฟอย ที่เยือกเย็นคนเดิมแล้ว เธอปฏิเสธอย่างสุภาพเมื่ออาจารย์ใหญ่เสนอให้เธอไปพักผ่อนที่ห้องรับรอง

ฉันตั้งใจมาไม่นานค่ะ ไม่อยากให้เดรโกรู้ว่าฉันมาพบอาจารย์... ท้ายประโยคแผ่วลงอย่างลังเล ใช้เวลาเล็กน้อยก่อนตัดสินใจพูดออกมา ฉันไม่อยากให้เดรโกกลับบ้านช่วงปิดเทอมฤดูหนาวนี้ มีหลายเรื่องที่ฉันต้องจัดการ และฉันยังไม่เข้มแข็งพอที่จะปกป้องเขาจากการเผชิญหน้ากับความจริงได้

ความจริงจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าช้าหรือเร็วเดรโกก็ต้องต่อสู้กับมัน และฉันเชื่อว่าเขาจะผ่านมันไปได้ พ่อมดชราลุกขึ้นช้าๆ พลางส่งมือไปช่วยประคองร่างหญิงสาว

แฮร์รี่รู้สึกถึงความชื้นจากปลายนิ้วก่อนจะเปียกโชกในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา มัลฟอยไม่ได้ดิ้นรนหรือโวยวายอะไร นอกจากยืนนิ่งๆและปล่อยให้น้ำตาเป็นสายพรั่งพรูออกมาอยู่ในวงแขนของเขาเท่านั้น

ทั้งคู่ยืนอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานเท่าไรไม่อาจรู้ และแม้ว่าดัมเบิลดอร์และนางมัลฟอยจะจากไปนานแล้ว แต่น้ำตาของเดรโก มัลฟอยยังไม่หยุดไหล มันเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งดวงหน้าขาว ผ่านเสื้อคลุมเป็นดวงๆก่อนจะหยดลงพื้นมากมาย

แฮร์รี่ค่อยๆปล่อยร่างในอ้อมแขนเป็นอิสระ มัลฟอยเหมือนตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตตอนที่แฮร์รี่หมุนร่างนั้นมาเผชิญหน้า และตอนนี้เขาพยายามหยุดยั้งธารน้ำตาเหล่านี้อย่างว้าวุ่นใจ

...นาย...ด้วย ริมฝีปากบางพึมพำอะไรบางอย่าง

หา? นายพูดอะไร...

ทำไมต้องเป็นนายด้วย!! มัลฟอยระเบิดออกมาในที่สุด ทำไมต้องเป็นนายที่ยืนอยู่ตรงนี้...ได้ยินทุกสิ่งทุกอย่างนั่น แทนทที่จะเป็นเจ้าโง่แครบหรือกอยล์!!!

...มัลฟอย...ฉัน...เสียใจ...ด้วย แฮร์รี่กล่าวเสียงอ่อน ดวงตาสีเขียวที่มองจ้องอีกฝ่ายนั้นดูนุ่มนวล

ไม่ต้องมาเสียใจกับฉัน ไม่ต้องมาเห็นใจ ฉันไม่ต้องการ ได้ยินไหมพอตเตอร์ ฉันไม่ต้องการ!! ไหล่บางไหวสะท้าน ร่างที่เคยยืดตรงอย่างยโส สง่างาม ในวันที่ผ่านมากลับดูเล็กลงอย่างน่าประหลาด เด็กหนุ่มผู้เย่อหยิ่งห่อไหล่เข้าหากันคล้ายเด็กน้อยที่หนาวเหน็บ

มัลฟอยไร้เรี่ยวแรงหมดสิ้นตอนที่แฮร์รี่รั้งร่างเขาเข้ามาใกล้ น้ำหนักจากมือใหญ่ที่โอบอยู่รอบตัวสร้างความอบอุ่นที่ไม่คาดฝันได้

ฉันไม่ได้เห็นใจนาย ไม่ได้สงสารนาย ฉันไม่เข้านายสักนิดเลย... เสียงแหบห้าวของแฮร์รี่กระซิบอยู่ข้างผมบลอนด์จางเต็มไปด้วยความอ่อนโยนนุ่มนวล ฉันแค่อยากให้นายรู้ว่า...ฉันเสียใจอย่างที่พูดจริงๆ

เพียงคำพูดประโยคสุดท้ายนั้นดูเหมือนมนต์วิเศษที่ปัดเอาศักดิ์ศรีและความหยิ่งทะนงที่ค้ำคอเด็กหนุ่มผู้มีเลือดบริสุทธิ์ออกไปจนหมดสิ้น ร่างเล็กบางซบลงกับอ้อมอกแข็งแกร่งอย่างเด็กเล็กๆ ไหล่ของแฮร์รี่กลายเป็นที่ซับน้ำตาอย่างดี น้ำตาที่ไหลจากความปวดร้าวดูเหมือนไม่มีวันหมดสิ้น มันค่อยๆซึมลงบนผิวหนังแฮร์รี่ และราวกับว่าจะทำให้หัวใจเขาสะท้านไปกับความเจ็บปวดนั้นด้วย

แฮร์รี่กระชับวงแขนเข้า ไม่มีคำพูดใดๆนอกจากความปวดร้าวและความอบอุ่นที่ทั้งคู่แลกเปลี่ยนกัน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -to be con.- - - - -






เม้าท์แตกกันเถอะ *[]*

อ๊า...เสร็จไปอีกหนึ่งตอนที่ยาวนาน เขียนข้ามเดือนข้ามปีเลยแฮะ...ตอนแรกคิด(ไปเอง)ว่ายาว แต่พอมาดูอย่างงี้แล้วแอบจิ๊ในใจว่าแค่นี้เองอ่ะนะ สงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่ามัวแต่ทำอะไรอยู่ตั้งปีที่แทบไม่ได้เขียนต่อ

(เอ๊ะ แต่จริงๆแล้วก็เขียนอยู่เรื่อยๆนะ) แต่ข้ามช่วงนี้ไปเขียนตอนท้ายๆเรื่องกะตอนจบ- -" (ระบบการทำงานแปรปรวน) คงเป็นเพราะน้ำเรื่อง เอ๊ย! เนื้อเรื่องตอนนี้มันดราม่าเกินรึเปล่า เลยมัวแต่บิ้วท์อารมณ์เขียน...ชักจะเวอร์

ปิดเทอมใกล้เข้ามาทุกทีพอๆกับงานที่ต้องรีบเร่งส่ง สะสมการบ้านไว้มากมายเป็นคอเลคชั่น>>ดินพอกหางหมู สันหลังยาว และตัวเป็นขน 555 TT TT ต้องพยายามในเฮือกสุดท้ายนี้ (ห้ามติดเอฟเป็นอันขาด เพราะหลังจากรุ่นเราแล้วเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ จะไปแก้เกรดได้อย่างไร) วันหยุดคือแสงแห่งความหวังที่อยู่ตรงหน้า คาดว่าปิดเทอมจะต้องแบ่งเวลามาเขียนให้ได้อีกซัก1ใน4เป็นอย่างน้อยเหอะ สู้ สู้ ซู่ซ่า


ท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตอนนี้(และจะดีมากถ้าจะอ่านต่อไปเรื่อยๆ)
Special Thanks
latae_un >> คอมเมนต์ไม่มีไร้สาระหรอกค่ะ ดีใจที่ยังไม่ลืมและติดตามมาเสมอ จะพยายามให้เวลาเขียนกับฟิกมากขึ้นค่ะ เพราะเราเองก็อยากเห็นตอนจบเร็วๆอยู่เหมือนกัน (หมายความว่าอยากเห็นตอนที่มันเสร็จสมบูรณ์นะคะไม่ใช่อยากให้รีบๆจบ - -")
น้อง luscinia >> ตามติดติดตามกันมานานจริงๆ ขอบคุณตลอดเวลาจ้ะ

ขอบคุณมากๆสำหรับคอมเมนต์ทุกอัน อ๊ะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว น้ำลายแตกฟองต่ออีกดีกว่า

เคยคิดว่าแค่อยากเขียน แค่มีคนอ่านบ้างก็ดีใจแล้ว แต่ก็ค้นพบในทันทีตั้งแต่อ่านคอมเมนต์แรกที่ได้ตอบกลับมา ว่ามันมีผลกับความรู้สึกมากๆ...มันเป็นความภูมิใจ ดีใจ ปลื้มใจหลายๆอย่าง ที่มีใคนซักคน(และหลายคน) แสดงตัวออกมาหลังจากที่ได้อ่านงานของเรา ทั้งๆที่เค้าแค่คิดในใจว่า อ๋อ อืม ก็ดีนะ แล้วปิดหน้าต่างไปอ่านอะไรต่อก็ได้ แต่ก็ยังมีหลายคนที่อุตส่าห์เสียสละเวลามานั่งพิมพ์ความเห็นต่างๆให้ แม้ว่ามันจะเป็นความเห็นสั้นๆ หรือแค่มาลงชื่อว่ายังคอยอ่านอยู่...เท่านั้นก็ทำให้ดีใจมากๆแล้วล่ะ

การได้รับการตอบสนองจากคนรอบข้างนี่มันอบอุ่นจริงๆ

...อา พูดอะไรแบบนี้ เขินจัง d-,,,-b

ส่วนตัวสำหรับเราแล้ว รับได้กับคอมเมนต์ทุกแบบนะ สั้นๆ ยาวๆ จะติจะว่าอะไรก็ได้ เพราะถือว่าเป็นเหมือนกระจกสะท้อนให้เห็นจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไข บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เขียนไปมันใช้ได้รึเปล่า มันยืดยาด น่าเบื่อเกินไป หรือว่าใช้คำสับสน เรื่องคาแรกเตอร์ตัวละคร มันหลุดไปรึยัง ปมของเรื่อง คำพูด ฯ,ลฯ สารพัดที่เรากังวล แต่ก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร(พี่น้องผองเพื่อนที่อยู่รอบตัวก็ไม่เห็นจะมีใครอย่าว่าแต่อ่านฟิกเลย แค่แฮร์รี่เล่มแรกก็ยังอ่านไม่จบกัน -3- ) ก็ได้แต่รอความเห็น เสียงตอบรับจากคนที่อ่านนี่แหละ มาช่วยเติมสิ่งที่เรามองข้ามไป...

เราไม่เห็นด้วยกับการที่คิดว่า "เราทำอย่างงี้ไม่ได้เพราะงั้นเราไม่วิจารณ์ดีกว่า"...หรือ "ว่าเขาแล้วทำได้อย่างเขารึเปล่า" มันไม่น่าเป็นอย่างนั้นนะ การที่เราทำบางเรื่องไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีสิทธิ์พูด อย่างเราเองทำอาหารไม่เป็นเลยแต่เราก็มีความคิดว่าอะไรอร่อยไม่อร่อย...(เปรียบเทียบแบบนี้มันช่าง...- -") ใช่มะ

สุดท้ายที่เขียนมาทั้งหมดก็ไม่ใช่อะไรหรอก แค่อยากเสนอมุมมองต่อการคอมเมนต์ในแบบของเราบ้างน่ะ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องฟิกหรอกนะ แต่หมายถึงเรื่องรวมๆในสังคมทั้งหลาย (เฮ้ย...ชักจะมีสาระเกินไปแล้ว)

ตอนนี้เราเริ่มรู้สึกว่าชักจะพูดเรื่องเกี่ยวกับคอมเมนต์มากและบ่อยเกินไปแล้ว เหมือนคนเก็บกดแฮะ TT TT

{เรารักเด็ก รักสัตว์ และธรรมชาติ เป็นเด็ก(?)ผู้หญิงใจดี ไม่มีพิษภัย ไม่ดุ ไม่กัด คุยด้วยได้|

2006/Jan/22

CAUTION1!! นี่คือ Harry Potter FanFiction ที่มาที่ไปอ่านได้จาก TALK
CAUTION2!! เป็นฟิก
Y
CAUTION3!! อ่า...ถ้าคิดว่ารับไม่ได้ก็ปิดบลอกนี้และจากไปอย่างสงบก็แล้วกัน

อุณหภูมิยังลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับหิมะที่เริ่มทับถมกันสูงขึ้นเรื่อยๆ บรรยากาศของฤดูหนาวที่เต็มไปด้วยงานฉลองรื่นเริงอบอวลไปทั่วปราสาท ไม่ว่ามองไปทางใดก็เห็นแต่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังก้องอยู่ทั่วทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นระเบียงทางเดิน ในห้องนั่งเล่น ห้องโถงใหญ่ ริมทะเลสาบ ทุกคนในโลกมีความสุขกันทั้งนั้น ยกเว้นเขาคนนึง

แฮร์รี่ใช้เวลาในวันต่อๆมาเพื่อสังเกตเด็กผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เจ้าชายน้ำแข็งแห่งสลิธีริน แม้จะบอกกับตัวเองว่ามันไม่ใช่เรื่องของเขา- -ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นแฮร์รี่ก็ยังเฝ้าดูต่อไป

อ้อ มีอีกสองคนที่ดูเหมือนจะไม่ได้มีความสุขมากไปกว่าเขาเท่าไหร่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่ สองเพื่อนรักที่ตอนนี้คงไม่ได้รักกันอีกต่อไปแล้ว หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาไม่ได้อยู่พร้อมกันสามคนเลย ช่วงที่แฮร์รี่อยู่กับรอนคือช่วงเวลาที่ไม่มีเฮอร์ไมโอนี่ และเมื่อเฮอร์ไมโอนี่โผล่มา รอนก็หายไป หรือไม่อย่างนั้นทั้งสองก็หายไปพร้อมๆกันเลยทุกครั้งที่มีเวลาว่างตรงกัน ดังนั้นแฮร์รี่จึงได้แต่ใช้เวลาที่เหลือนั่งฟุ้งซ่านอยู่ตามลำพัง

ครั้งหนึ่งในวิชาปรุงยา สเนปโฉบผ่านมาทางแฮร์รี่ที่กำลังไปได้สวยกับน้ำยาชนิดใหม่ เขามองหน้าเด็กหนุ่มอย่างไร้ความรู้สึก

แม้ว่าฉันจะไม่เห็นด้วยกับคำขอร้องของท่านอาจารย์ใหญ่ สเนปเริ่มพูดเสียงเบา ที่เอาตัวอันตรายจอมหาเรื่องมาคุ้มครองนักเรียนของฉัน- -แต่ว่า...พอตเตอร์ฟังให้ดี คราวนี้น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเหมือนงูพิษ ถ้าลูกศิษย์คนโปรดฉันเป็นอะไรเพราะความโง่เง่าของเธอ ฉันสาบานว่าจะจัดการเธออย่างเลวร้ายเกินกว่าที่เธอจะคาดคิดแน่

แฮร์รี่จ้องมองดวงตาสีเข้มนั้นและรู้ว่าสเนปกล้าทำอย่างที่พูดแน่ แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้นเขามองเห็นกระแสความกังวลและห่วงใยที่มีต่อมัลฟอยยังส่งผ่านมาทางสีหน้าโดยที่เจ้าตัวอาจไม่ตั้งใจ

และทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่แฮร์รี่กำลังทำอยู่- -เฝ้ามองมัลฟอยโดยไม่ให้คลาดสายตา อาจจะผิดจุดประสงค์จากที่ดัมเบิลดอร์คาดไว้บ้างเล็กน้อย แต่นี่ไง แฮร์รี่ติดตามคุณชายสลิธีรินแทบทุกฝีก้าว ยกเว้นตอนเรียนและตอนเข้าหอเท่านั้นที่เขาจะละสายตาไปจากหมอนั่น

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

อรุณสวัสดิ์ แฮร์รี่ เด็กหนุ่มเพิ่งรับประทานอาหารกลางวันเสร็จและคนเดียวที่จะทักทายเขาด้วยคำพูดแปลกๆแบบนี้ได้ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้น

หวัดดี ลูน่า ฉันว่านี่มันจะบ่ายแล้วนะ แฮร์รี่ทักตอบเด็กสาวผมฟูยาว

นั่นไม่สำคัญหรอก อันที่จริงฉันอยากจะพูดว่าสุขสันต์วันคริสตมาสด้วยซ้ำ แต่เอาไว้อีกสองสามวันดีกว่า เธอมองไปด้านหลังแฮร์รี่ แล้วรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ล่ะ

เฮอร์ไมโอนี่ไปเรียน ส่วนรอนฉันไม่แน่ใจว่าเขาหายไปไหน ตั้งแต่เช้าแล้ว

อืม ยังไงก็ตามฉันพูดกับเธอก่อนก็ได้ คือว่าคริสตมาสนี้พ่ออยากชวนเธอกับเพื่อนๆไปที่สำนักพิมพ์น่ะ เราคิดว่าจะจัดปาร์ตี้กันและก็อยากมีบทสัมภาษณ์เธอรับปีใหม่ เสียงลูน่าเริ่มแผ่วเบาลงราวกับว่าเธอตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง

เอ่อ ลูน่าฉันไปไม่ได้หรอกนะ เพราะว่าฉันต้องสอบวิชาปรุงยาน่ะ เด็กหนุ่มพูดอย่างลำบากใจ

ลูน่าไม่ได้ซักอะไรต่อ เธอเพียงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ เป็นเวลาเดียวกับที่เด็กหนุ่มอีกคนจากกริฟฟินดอร์ตรงเข้า มา หวัดดีครับ แฮร์รี่ วันนี้อากาศดีจังเลยนะครับ ระหว่างทักทาย คอลิน ควีฟวีย์ กดชัตเตอร์ใส่แฮร์รี่ไปไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง

ถ้าเธอเปลี่ยนใจก็บอกฉันได้นะ ลูน่าพูดกับแฮร์รี่ต่อและทำท่าจะเดินจากไป

เดี๋ยวสิ เธออยากถ่ายคู่กับแฮร์รี่มั๊ย คอลินถามเด็กสาว แฮร์รี่เห็นเพียงเส้นผมสีทรายสะบัดไปมาเบาๆก่อนลูน่าจะเดินออกไป คอลินร้องเรียกเธออีกครั้งแต่เด็กสาวไม่ได้หันกลับมา เขาจึงลาแฮร์รี่อย่างเร็วและรีบวิ่งตามเธอไป

แฮร์รี่มองตามร่างนั้นไป คอลินวิ่งตามไปจนทันลูน่าพูดอะไรบางอย่างกับเธอ และเด็กหนุ่มร่างสูงต้องประหลาดใจเต็มที่ เมื่อสุดท้ายเห็นมือของทั้งคู่เกาะเกี่ยวกัน คอลินย้ายกล้องไปไว้ที่ไหล่ข้างหนึ่งเพื่อให้อีกข้างมีที่ว่างสำหรับผมฟูๆของเด็กสาวที่เอนซบลงมา แฮร์รี่มองตามจนทั้งสองหายลับสายตาไป

คอลินกับลูน่าเนี่ยนะ เขาพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตากับตัวเอง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

สิ่งที่แฮร์รี่เพิ่งนึกได้หลังจากผละจากคู่รักสุดพิสดารคือ คริสตมาส ให้ตายเหอะเมอร์ลิน!! เทศกาลที่น่าเบื่อกำลังจะมาถึงอีกแล้ว และทันทีที่แฮร์รี่ตระหนักถึงความจริงที่ว่าตลอดวันหยุดฤดูหนาวเขาจะต้องติดแหง็กอยู่ที่ปราสาทนี้- -กับสเนป ดูเหมือนว่าทุกคนรอบตัวเขาก็พร้อมใจกันพูดถึงแผนการสำหรับวันหยุดที่จะมาถึงกัน

มันอาจจะน่าอายอยู่บ้างที่เขาจะต้องสอบพิเศษวิชาปรุงยา แต่สำหรับแฮร์รี่มันน่าอายกว่าที่ความจริงแล้วเขาไม่มีแผนการใดๆสำหรับคริสต์มาสเลย ไม่เคย-มีด้วยซ้ำ ความทรงจำของเขาต่อเทศกาลนี้มันช่างลางเลือนจนเหมือนเป็นสีขาว หากมีใครสักคนเอ่ยปากถามว่าอยากไปที่ไหน แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมีคำตอบ ดังนั้นเขาจึงพอใจที่จะใช้การสอบเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามที่น่าอึดอัดใจทั้งหลาย

แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้น เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกเกลียดทุกคนที่เข้ามาถามถึงคริสต์มาสของเขา ก็คริสต์มาสคืองานฉลองสำหรับคนมีครอบครัวไม่ใช่หรือ เป็นวันที่สมาชิกทุกคนมารวมตัวกันที่บ้านของใครสักคน กินไก่งวง มีงานปาร์ตี้ แกะของขวัญด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นแบบที่เขาจินตนาการไม่ถูก ใช่...มันเป็นอย่างนั้นเสมอ

กระทั่งบรรยากาศในห้องนั่งเล่นรวมของบ้านยังน่าเบื่อสำหรับแฮร์รี่ ขณะที่เขาเล่นไพ่อยู่กับเนวิลล์และเชมัส ห่างออกไปไม่ไกล ดีนกับจินนี่ย์นั่งอยู่ด้วยกันข้างเตาผิง คู่รักอีกคู่ถือกำเนิดขึ้นช่วงต้นฤดูหนาวและยิ่งเพิ่มระดับความหวานใส่กันมากขึ้นตามอุณหภูมิที่ลดลง รังสีความรักแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทางจากคนทั้งสอง และดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่คู่เดียวที่มีอาการแบบนี้

ความรักเป็นโรคติดต่อรึเปล่านี่ แฮร์รี่ตั้งคำถามกับตัวเอง เขาย้ายสายตาจากด้านหลังดีนไปยังบริเวณอื่นของห้องและพบว่ามีนักเรียนอีกหลายคน- -พูดให้ถูกคือหลายคู่ ที่ต่างทำเหมือนว่าตัวเองจะหนาวตายหากว่าไม่ได้นั่งเบียดตัวชิดกันขนาดนั้น

คู่...คู่...คู่ ทุกอย่างในโลกเป็นคู่ทั้งนั้น

ยกเว้นแฮร์รี่ พอตเตอร์รึไง

แฮร์รี่ ตานายแล้ว เสียงเร่งจากเพื่อนร่วมวง เด็กหนุ่มโยนไพ่ใบหนึ่งลงไปกลางวง ไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองได้ทิ้งไพ่ใบที่ดีที่สุดไป แน่ล่ะ ก็ตอนนี้ใจเขาไม่ได้อยู่ที่ห้องนั่งเล่นรวมของกริฟฟินดอร์อีกต่อไปแล้ว

- -คุกใต้ดินนั่นต้องหนาวกว่าที่นี่แน่ๆ

- -พวกสลิธีรินจะมานั่งพลอดรักกันแบบนี้บ้างรึเปล่า

- -แล้ว...หมอนั่น... ในตอนนี้มีใครอยู่ข้างๆไหม

เสียงระเบิดเบาๆตรงหน้าพร้อมกลุ่มควันบางเบาบอกให้รู้ว่าเกมส์ใกล้จบ บางทีเนวิลล์อาจจะชนะและแฮร์รี่ต้องเสียกบชอคโกแลตยี่สิบอันให้ แต่นั่นแหละ- -ใครจะสน

ทว่าสิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้น แฮร์รี่ไม่แพ้ เนวิลล์ไม่ชนะ เกมส์ไม่ได้จบเมื่อกลุ่มเด็กผู้หญิงปีหกเดินเข้ามา เชมัส ฟินิกัน ทิ้งไพ่ทุกใบในมือเพื่อเข้ามาไปหาเด็กสาวคนใดคนหนึ่งในนั้น ซึ่งจะเป็นใครก็ช่างอย่างน้อยนั่นก็ทำให้เขาปลีกตัวออกจากห้องนั่งเล่นได้

ความจริงแล้วเฮอร์ไมโอนี่เองก็เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมเพื่อนสาวทั้งหลาย แฮร์รี่ไม่ได้ทักทายเธอ เช่นเดียวกับที่เธอไม่ได้พูดอะไร ทั้งคู่เพียงแค่มองหน้ากันเล็กน้อยและต่างเข้าใจในอารมณ์ของกันและกันได้ดีก็เท่านั้น

เซ็ง- -คนเซ็งกับคนเซ็งมาอยู่ด้วยกันจะเหลืออะไรมากไปกว่าความเซ็งยกกำลังสอง เฮอร์ไมโอนี่ยักไหล่ให้เขาน้อยๆก่อนจะเดินขึ้นหอนอนไป

เด็กหนุ่มเดินไปตามทางเดินอย่างไร้จุดหมาย ท่าทางของเพื่อนสาวเมื่อครู่ยิ่งทำให้เขาหดหู่ใจ มันเหมือนกับว่าเขาได้สูญเสียเฮอร์ไมโอนี่ช่างพูดคนนั้นไปแล้ว ส่วนรอน เขาจำไม่ได้แล้วว่าคุยกับรอนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ปีที่แล้วกระมังหรืออาจนานกว่านั้นในความรู้สึก

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

แฮร์รี่พยายามทำตัวให้หมกมุ่นอยู่กับอะไรสักอย่าง- -อะไรก็ได้ที่สามารถทำให้เขาลืมเรื่องราวรอบตัวในตอนนี้สักพัก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน หรือกระทั่งร่วมรณรงค์ชมรมสรรสอกับเฮอร์ไมโอนี่ เด็กหนุ่มแน่ใจว่าตัวเองสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากสภาวะสมองสับสนนี้ แต่ว่าเฮอร์ไมโอนี่ล้มเลิกชมรมสรรสอของเธอไปนานแล้ว การบ้านของแฮร์รี่ก็เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ดี หนังสือมากมายที่เขาหยิบมากลับไม่มีเล่มไหนดึงดูดให้เปิดอ่านเกินสามหน้าเลย

ครั้งหนึ่งที่แฮร์รี่แวะไปยังกระท่อมของแฮกริดเพื่อหาเพื่อนคุย กลับกลายเป็นว่าเขาต้องรับหน้าที่มาดูแลฟักทองยักษ์ช่วงปิดเทอมนี้แทน

ไม่ต้องทำอะไรมากหรอกแฮร์รี่ แค่คอยดูอย่าให้หิมะท่วมพวกมันก็พอแล้ว

สุดท้ายแฮร์รี่จึงประชดตัวเองด้วยการเขียนการ์ดคริสตมาสสำหรับทุกคนที่รู้จัก(- -แน่นอน รวมทั้งพวกเดอร์สลีย์ด้วย) และนั่นช่วยทำให้วันอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ฟุ้งซ่านมากเท่าวันที่ผ่านมา จนกระทั่งเมื่อขนจดหมายเหล่านั้นไปยังโรงนกฮูกแฮร์รี่จึงนึกได้ว่าเขาอาจต้องใช้นกฮูกทุกตัวในที่นี้แน่หากคิดจะส่งการ์ดเหล่านี้ไปทั้งหมด

นายเป็นซานต้ารึไง คิดจะส่งการ์ดมากมายอย่างนี้น่ะ เสียงยืดๆแบบไร้อารมณ์ดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อหันไปก็พบเจ้าตัวร้ายอันดับหนึ่งที่เข้ามาก่อกวนความคิดเขาตลอดวันที่ผ่านมา

แฮร์รี่ยักไหล่ คิดหาคำพูดตอบโต้อีกฝ่ายที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางกวนๆ มัลฟอยหยุดยืนไม่ห่างจากเด็กหนุ่มร่างสูงนักขณะมองหานกฮูกที่อยู่เหนือศีรษะ

คริสตมาสทั้งทีนายจะส่งการ์ดแค่ใบเดียวรึไง

ฉันไม่ว่างขนาดมานั่งอวยพรคนทั้งโลกอย่างพอตเตอร์ผู้มีชื่อเสียงหรอก คนตอบย่นจมูกใส่ขณะส่งสัญญาณเรียกนกสีน้ำตาลตัวหนึ่งมา แค่คนเดียวที่อยากให้...เท่านั้นก็พอแล้ว

จริงๆแล้วถ้านายไม่รู้จะส่งการ์ดให้ใคร ส่งให้ฉันก็ได้นะ ให้ตายสิ!! เขาพูดอะไรออกไปเนี่ย

มัลฟอยทำหน้าเบ้ นั่นเป็นอย่างสุดท้ายที่ฉันคิดจะทำเลย พอตเตอร์

แฮร์รี่ยักไหล่อีกครั้งเหมือนไม่ใส่ใจอะไร ทั้งๆที่ความจริงแล้วเขาคิดจะกระโดดเข้าไปแย่งจดหมายในมืออีกฝ่ายที่ทำท่าหวงนักหวงหนาออกมาฉีกอ่านเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป ใครกันนะที่เจ้าชายน้ำแข็งแห่งสลิธีรินให้ความสำคัญมากถึงขนาดนี้...

...นี่ก็กลางเดือนแล้ว อยู่ๆมัลฟอยก็พูดขึ้นขณะจัดการกับจดหมาย นั่นหมายความว่าอาทิตย์หน้าก็ปิดเทอม...

แล้วไง? แฮร์รี่กอดอก ฉันรู้น่ะ นายจะมาย้ำว่าฉันต้องสอบหรือจะเยาะเย้ยว่าฉันไม่มีบ้านให้กลับล่ะ?

คิ้วสีอ่อนขมวดเข้าหากันในทันที เปล่าหรอก ฉันจะพูดเรื่องที่นายรู้อยู่แก่ใจแล้วทำไมล่ะ มัลฟอยเบ้ปากอีกครั้ง แต่หวังว่าคงไม่ลืมว่าฉันมีบ้านให้กลับช่วงปิดเทอม ดังนั้นฉันคงอยู่ช่วยนายจนถึงวันสอบไม่ได้นะ...

แฮร์รี่รู้สึกเหมือนบางอย่างในช่องท้องหายไป จริงสินะ...มัลฟอยต้องกลับบ้านและเขาก็ต้องอยู่ที่นี่ - - ต่อสู้กับการสอบและคริสตมาสเพียงลำพัง ความรู้สึกทั้งหลายถาโถมเข้ามาในความคิดเด็กหนุ่มในเวลาสั้นๆ แฮร์รี่แทบไม่รู้ตัวว่าในสมองเขามีเรื่องอะไรอยู่บ้างจนกระทั่งของหนักๆกระแทกเข้าที่ไหล่

ฟังฉันอยู่รึเปล่า หา? มัลฟอยตะคอก ในมือหนังสือเล่มหนาที่ใช้ฟาดเขาเมื่อครู่ ให้ตายเหอะ ฉันไม่แน่ใจเลยว่าเวลาทั้งหมดที่เสียไปกับนายจะมีประโยชน์ในเมื่อนายยังทำตัวงี่เง่าแบบนี้ ใบหน้าขาวบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ ตั้งใจหน่อยพอตเตอร์ นายเหลือเวลาไม่มากแล้ว...ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะเคี่ยวนายให้ได้ที่เลย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

รอนกลับจากซ้อมควิดิชด้วยสภาพสะบักสะบอม จินนี่ย์บอกว่าเขาพยายามจะจับลูกบลัดเจอร์ที่พุ่งใส่แทนที่จะเป็นลูกควัฟเฟิล ผลก็คือนอกจากจะโดนอัดเข้าไปเต็มๆแล้วรอนยังร่วงจากไม้กวาดลงมาโหม่งพื้นอีกด้วย เด็กหนุ่มผมแดงแทบจะยืนไม่อยู่ตอนที่เขาพยายามจะขึ้นหอนอนไป

เพียงครู่เดียวหลังจากรอนลับจากสายตาไปเฮอร์ไมโอนี่ก็โผล่เข้ามาแทน เธอทำหน้าเหมือนเพิ่งไปเพ่งลูกแก้วกับศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์มา

เพิ่งมีประกาศจากอาจารย์ให้งดออกจากหอหลังอาหารเย็น เดี๋ยวพวกพรีเฟ็ค...

หา!!! ไม่ใช่เสียงแฮร์รี่คนเดียว นักเรียนคนอื่นๆที่อยู่ไม่ไกลต่างหันมาจ้องเด็กสาวเป็นตาเดียว

มันเรื่องอะไรกัน? ลาเวนเดอร์ร้องเสียงสูง เขามีเหตุผลอะไรที่ต้องรีบ เก็บ นักเรียนแต่หัววันแบบนี้ ปาราวตีโวยต่อ ตามด้วยเสียงเซ็งแซ่ของเหล่านักเรียนที่รุมกันเข้ามา

เอ้อ...ฉันก็ไม่รู้ เฮอร์ไมโอนี่เกาคางอย่างลำบากใจ

ฉันนัดลิซ่าไว้ตอนทุ่มครึ่ง... เสียงคนหนึ่งโอดครวญ

ปกติหลังอาหารฉันมักไปเดินเล่นกับโอเวน...

และอะไรทำนองนี้จากอีกหลายๆคนที่อยู่ในช่วงต้นรักเพิ่งโผล่พ้นผิวดิน

เฮอร์ไมโอนี่อาศัยช่วงที่ทุกคนต่างคร่ำครวญหลบออกจากวงล้อม เด็กสาวดึงแฮร์รี่ไปที่มุมหนึ่งของห้องด้วยท่าทีมีลับลมคมใน แฮร์รี่...มันต้องเป็นเรื่องนั้นแน่ๆ เธอกระซิบ

เรื่องอะไรเหรอ? แฮร์รี่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

ก็...เบลลาทริกซ์นั่นไงล่ะ เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจแรงๆ มองเพื่อนร่างสูงด้วยสายตาออกจะตำหนิกับการที่เขาลืมเรื่องสำคัญอย่างนี้ พนันได้เลยนะว่าเธอจะต้องวนเวียนอยู่รอบๆปราสาทนี่แหละ ไม่อย่างนั้นดัมเบิลดอร์คงไม่บอกให้พวกเราต้องอยู่ในหออย่างงี้หรอก แฮร์รี่ เธอต้องระวังตัวนะ เธออาจจะเป็นเป้าหมายก็ได้!!

เสียงของเฮอร์ไมโอนี่ถูกซ้อนทับด้วยอีกเสียงในความทรงจำ

เชื่อสิว่าหล่อนคิดจะทำร้ายเดรโก มัลฟอย เป็นทางเดียวที่จะทำให้นายและนางมัลฟอยเจ็บปวดอย่างสุดซึ้งอย่างแน่นอน

ทุกคำที่แม้ดอายพูดที่ห้องดัมเบิลดอร์เมื่อหลายวันก่อนย้อนเข้ามาในความคิดอย่างแจ่มชัด

เด็กหนุ่มมองผ่านไปยังกลุ่มเด็กนักเรียนใกล้ๆ แต่ภาพเบื้องหน้าไม่ได้เข้าสู่สายตาเลย เมื่อในสมองมีภาพที่ชัดเจนกว่า ภาพแววตาสีเทาฟ้าที่เยือกเย็นและห่างเหิน

แฮร์รี่ แฮร์รี่? เฮอร์ไมโอนี่เรียกเพื่อนรักเบาๆเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน เธอโอเครึเปล่า?

อ๋อ...เออ!! ฉันจะระวังตัวนะ ขอบใจมาก เด็กหนุ่มยิ้มให้กับสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยนั้น

ห่วงใย...คำสั้นๆที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น คำที่ทำให้รู้ว่าเราไม่ได้อยู่เพียงคนเดียว ทำไมนะ แค่ความรู้สึกง่ายๆอย่างนี้หมอนั่นถึงได้เอาแต่ปฏิเสธอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่เสมอ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - -

บรรยากาศแห่งความคลุมเครือที่เกิดขึ้นสลายไปอย่างรวดเร็วด้วยการไปเที่ยวฮอกมี้ดครั้งสุดท้ายของเทอม เหล่านักเรียนต่างพากันมาเข้าแถวเพื่อเดินทางไปยังหมู่บ้านพ่อมดตั้งแต่เช้าตรู่ เสียงพูดคุยดูเหมือนจะดังกว่าทุกครั้งเมื่อทุกคนล้วนพูดถึงแผนการวันหยุดที่กำลังจะมาถึง

แม้กระทั่งแฮร์รี่ก็พาตัวเองมารวมกลุ่มกับนักเรียนคนอื่นๆด้วย ถึงเขาจะไม่มีเรื่องสนุกอะไรรออยู่ในวันปิดเทอมแต่อย่างน้อยเขาก็ตัดสินใจว่าจะทำตัวให้สนุกไปกับเทศกาลบ้างแม้ว่ามันจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อยก็ตามที

รอนตามมาสมทบในร้านไม้กวาดสามอัน ใบหน้าของเขาเป็นสีเข้มกว่าปกติแฮร์รี่อยากจะคาดว่าเป็นเพราะอากาศหนาวแต่คงไม่ใช่

ลาเวนเดอร์บอกว่าเฮอร์ไมโอนี่กำลังเก็บข้าวของอยู่เธอคงไม่มาแล้วล่ะ ไม่รู้เธอจะรีบไปทำไม อีกตั้งหลายวันกว่าจะปิดเทอม

จริงๆแล้วก็อีกแค่สี่วันเองนะ แฮร์รี่เตือนทั้งเพื่อนและตัวเอง รอนทำหน้าปวดร้าวหนักกว่าเดิม นายอยากให้เธอมานี่รึไง

แน่สิ ทำไมจะไม่ล่ะ รอนตอบทันควัน

ก็...ไม่รู้สิ พวกนายยังไม่...คุยกัน เอ่อ...ดีๆเลยไม่ใช่เหรอ

...

นายว่าเฮอร์ไมโอนี่กำลังหลบหน้าฉันอยู่รึเปล่า

ฉันว่านายก็กำลังหลบหน้าเธออยู่เหมือนกันแหละ

...

บทสนทนาของทั้งสองถูกคั่นด้วยความเงียบเป็นระยะ ซึ่งไม่ต่างจากเมื่อสองสามอาทิตย์ก่อนตอนที่รอนและเฮอร์ไมโอนี่เริ่มมีปากเสียงกัน รอนอยู่ในสภาพเหมือนตอนนั้น เขากรอกบัตเตอร์เบียร์ลงกระเพาะราวกับมันเป็นน้ำเปล่า และก่อนที่รอนจะกลายเป็นถังบัตเตอร์เบียร์ใบใหญ่แฮร์รี่ดึงแก้วออกจากปากเพื่อนผมแดง

นายควรจะทำอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้นอกจากดื่มไอ้นี่แล้วก็คร่ำครวญแบบงี่เง่าอย่างงี้

...นายว่าฉันงี่เง่า รอนมองเพื่อนรักอย่างไม่คาดฝัน

ที่สุดเลย แฮร์รี่ต่อท้าย นายจะให้ทุกอย่างมันดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยเหรอ มันเป็นไปไม่ได้หรอก เลิกกลัวอะไรไม่เข้าเรื่องซักที...

... รอนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง

ถ้านายคิดว่าการอยู่เฉยๆอย่างงี้มันแย่สุดๆแล้ว ทำไมไม่ทำสิ่งที่นายอยากทำไปเลยล่ะ ต่อให้สุดท้ายต้องร้องไห้แต่มันก็คุ้มกว่าการไม่ทำอะไรเลยนะ

ใบหน้ารอนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แฮร์รี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่องรอยแห่งความกระตือรือร้นปรากฏขึ้นในดวงตาเพื่อนรัก เขาตบไหล่รอนอย่างให้กำลังใจก่อนจะดึงเพื่อนรักขึ้นจากเคาท์เตอร์ร้าน

แต่ว่า... เด็กหนุ่มผมแดงมีท่าทีลังเลและประหม่าเมื่อยืนขึ้นเต็มตัว

เงียบเหอะ นายแค่กลับไปขอโทษเธอแล้วก็บอกว่ารักเธอขนาดไหนเท่านั้นเอง

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - -

หิมะเริ่มโรยตัวอย่างหนักตอนสายเพียงไม่นานละอองเหล่านั้นก็บดบังแสงแดดซีดจางของดวงอาทิตย์ไปจนหมดสิ้น เสียงหัวเราะรอบๆตัวแฮร์รี่เริ่มแผ่วลงเมื่อภารโรงประจำฮอกวอตส์โผล่มาไล่ต้อนเด็กๆกลับโรงเรียน

พายุหิมะทำให้ทั่วทั้งปราสาทมืดครึ้ม เทียนนับพันเล่มถูกจุดตั้งแต่ยังไม่เที่ยงวัน อุณหภูมิที่ลดต่ำกว่าทุกวันทำให้นักเรียนส่วนมากสมัครใจที่จะอยู่รวมกันในห้องโถงใหญ่มากกว่า

รอนและเฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้อยู่ที่นั่น เช่นเดียวกับอีกฝั่งหนึ่งของสลิธีริน แครบและกอยล์สองยักษ์กำลังฟาดขนมหวานกองมหึมาโดยปราศจากเงาของหัวหน้าแกงค์อย่างเคย แฮร์รี่ยักไหล่กับตัวเองขณะมองผ่านกลุมพ่อมดเลือดบริสุทธิ์พวกนั้น อันที่จริงเขาเองก็ไม่รู้สึกว่ามัลฟอยเป็นกลุ่มเดียวกับพวกนั้นมาพักหนึ่งแล้วเหมือนกัน

ซานต้าจมูกแดง สุภาพสตรีอ้วนพยายามร้องเพลงคริสต์มาสแบบโอเปร่าขณะเปิดให้แฮร์รี่ปีนผ่านรูปของเธอ

ในห้องนั่งเล่นรวมเงียบสงบและค่อนข้างมืด ไฟจากเตาผิงเกือบมอดจนหมด แฮร์รีเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนอยู่ข้างเตาผิง

เฮอร์ไมโอนี่? เด็กหนุ่มทักเป็นเวลาเดียวกับที่กองไฟกลับมาลุกสว่างไสวอีกครั้ง ทำอะไรอยู่น่ะ

แฮร์รี่ โอ๊ย! ขอบคุณเมอร์ลินที่เธอมาซะที เด็กสาวร้องเหมือนโล่งใจ แฮร์รี่จึงเพิ่งสังเกตเห็นร่างสูงเก้งก้างของรอนนอนพาดอยู่ที่เก้าอี้ตัวยาวใกล้ๆ เสื้อผ้าของเขายับยู่ยี่พอๆกับรอยฟกช้ำที่ปรากฏขึ้นทั่วหน้า

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แฮร์รี่อุทานเมื่อสำรวจสภาพเพื่อนร่างสูง เขาหวังว่ารอนคงไม่ได้หน้ามืดตามัวทำอะไรบ้าๆลงไปหรอกนะ และเฮอร์ไมโอนี่ก็คงไม่มือหนักขนาดนี้แน่ๆ

เขาเป็นบ้าไปแล้วหรือไง แฮร์รี่ เสียงเพื่อนสาวทำเอาแฮร์รี่สะดุ้ง มองกลัยอย่างหวาดๆ โชคดีที่เฮอร์ไมโอนี่เหมือนเข้าใจความคิดของเขา นี่ฉันไม่ได้ทำอะไรเขาเลยนะ

เฮอร์ไมโอนี่จัดการเอาห่อน้ำแข็งวางลงบนหางคิ้วบวมเป่งของรอน ให้ตายสิ เขาพยายามจะขึ้นมาที่ห้องนอนหญิงล่ะ เธอก็รู้ว่าพวกผู้ชายไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป แล้วก็ดูเหมือนว่าเขาจะสู้กับบันไดนะ

อ๋อ เหรอ แฮร์รี่ยิ้มแห้งๆ รอนทำเรื่องบ้าๆจริงๆ แล้วมันก็งี่เง่าสุดไปเลยในความคิดแฮร์รี่

เธอรู้มั๊ยว่าเขาจะทำอะไร

ทำไมไม่ถามฉันล่ะ เสียงรอนแหบแห้งลอยมาทั้งที่ยังไม่ลืมตา

งั้นก็ตอบมาสิ เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยน้ำเสียงห่างเหิน

...ฉันอยากเจอหน้าเธอ ถ้าไม่ทำอย่างงี้ฉันกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอเธอ ได้พูดกับเธออีก

โอเค ฉันอยู่นี่แล้วเธอมีเรื่องอะไรจะพูดล่ะ ความห่างเหินในเสียงค่อยจางลง

ฉันขอโทษ...ทุกเรื่องเลยที่ทำให้เธอไม่พอใจ ตั้งแต่เรื่องครัม...แล้วก็เรื่องมัลฟอย ให้ตายเหอะ ฉันรู้ว่าทำตัวงี่เง่าจนไม่น่าให้อภัย...แต่ แต่ว่า แต่ว่า...

เสียงรอนตะกุกตะกักก่อนเบาลงเรื่อยๆ แฮร์รีลุ้นด้วยใจเต้นจนแทบหลุดออกมาทางปากแต่พนันได้เลยว่าหัวใจของรอนคงมาอยู่ในปากแล้วแน่ๆเมื่อเพื่อนร่างสูงเม้มปากไว้แน่น

เสียงไม้ปะทุไฟช่วยให้ทั้งห้องไม่เงียบเกินไปนัก แต่เวลายังคงผ่านไปอย่างเชื่องข้า เมื่อรอนลืมตาขึ้นมองสบเด็กสาว

แต่ทั้งหมดนั้นเพราะว่าฉันรักเธอนะ

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -- - - - - - - - - - - - - - - - - -

รอนไม่มีโอกาสได้บรรยายความรู้สึกที่เหลือต่อ เพราะทันทีที่เขาพูดจบเสียงโห่ร้องเกรียวกราวก็ดังขึ้น บรรดานักเรียนกริฟฟินดอร์ทั้งหลายมารวมกันอยู่หน้าทางเข้าห้องนั่งเล่นรวมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครบอกได้ แต่ที่แน่ๆทุกคนกลายเป็นพยานในการบอกรักครั้งนี้ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

ไม่นานหลังจากนั้นห้องนั่งเล่นรวมก็กลายเป็นงานปาร์ตี้ด้วยขนมและของเล่นหลากชนิดจากฮอกมี้ด นักเรียนกริฟฟินดอร์ทุกคนถือโอกาสจัดจานเลี้ยงฉลองให้รอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่หลายๆคนแอบลุ้นในความสัมพันธ์ของทั้งคู่มานาน รวมทั้งใช้โอกาสนี้ฉลองให้วันหยุดที่กำลังจะมาถึงด้วย

เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่แฮร์รี่รู้สึกดี...จากใจจริงโดยไม่ต้องฝืนหรือพยายามอะไร การที่ได้เห็นเพื่อนรักทั้งสองมีความสุขเขาเองก็สุขไม่น้อยไปกว่ากัน แฮร์รี่สนุกกับการพูดคุยกับทุกคนไม่ว่าจะเรื่องคริสตมาส ปีใหม่ ครอบครัวหรือคนรักของใครก็ตาม เขาจำไม่ได้ว่าแสดงความยินดีกับเฮอร์ไมโอนี่และอวยพรรอนไปกี่ครั้ง และดูเหมือนว่าขนมมากมายถูกมนตร์วิเศษหายเข้าท้องเขาไปอย่างรวดเร็ว เสียงเพลงและรอยยิ้มรอบตัวทำให้ทุกคนลืมเรื่องราวภายนอกไปจนหมดสิ้น

แฮร์รี่เองก็เช่นกันถ้าไม่เพราะนางนกฮูกขาวบินผ่านเข้ามาในห้องนั่งเล่นรวมด้วยสภาพสะบักสะบอมพร้อมกับนกฮูกอินทรีตัวโต

เฮ็ดวิก!! เขาอุทานเมื่อเห็นสภาพสัตว์เลี้ยงเต็มตา เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

ดวงตาสีเหลืองอำพันมีแววสุกใสตรงข้ามกับสภาพโทรมของร่างกาย มันส่งเสียงพลางยืดตัวเผยให้เห็นห่อของขนาดใหญ่ที่ผูกติดมาระหว่างนกทั้งสอง

อะไรน่ะ แฮร์รี่? ใครบางคนส่งเสียงถาม

แฮร์รี่ไม่ตอบ เขาแกะห่อพัสดุอย่างเร่งร้อน ความรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจตั้งแต่สังเกตเห็นนกฮูกสีบลอนด์ที่มากับเฮ็ดวิกแล้ว

หนังสือวิชาปรุงยา... แฮร์รี่ครางเสียงแผ่ว มัลฟอย!!

ตาย!!...ตายจริงๆ ต่อให้เมอร์ลินก็ยังรอดยาก เด็กหนุ่มร่างสูงลุกพรวดจากโซฟา เขาลืม!! ลืมมัลฟอยไปเสียสนิทใจ...ลืมว่าหมอนั่นจะเพิ่มเวลาติวให้เขาและเวลาที่ว่านั่นก็...เลยมาแล้วสองชั่วโมง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -10.2 จะตามมาเร็วๆนี้- - - - - - - - - - -



TALK WITH ME, PLEASEEE d*O*b

แอบมาอัพต่อเงียบๆกลางดึก...หลังจากหักใจไม่ต่อเนทซะนานเพราะมัวแต่ปั่นงานมากมาย TT TT
3 วันนอนรวมกันไม่ถึง 6 ชั่วโมง d-[]-*b คาดว่าด้วยเหตุนี้จะทำให้อายุสั้นลงไปอีกแน่ๆ ฮื้อ...

ยังไงก็ขอเขียนเรื่องนี้ให้จบก่อนตายละกันเน้อ -/\- ...ธุ

คอมก็อืดเต่าเพราะโดนปู้ยี่ปู้ยำมาราธอนเช่นกัน (ชั้นไม่ได้นอนแกก็ห้ามพักนะยะ)<<ตบตีกับซีพียูไปหลายยกเพราะมันมัวแต่งอแงไม่ได้ดั่งใจเล้ยยย

มาพูดถึงfic สักเล็กน้อย...ตอนนี้ค่อนข้างยาวมาก จริงๆแล้วเป็นตอนที่ยาวที่สุดตั้งแต่เขียนมาเลย ฮึ่ม ตอนแรกว่าจะหั่นเป็น 3 sec แต่ดูแล้วพบว่า sec แรกๆคงมีแต่น้ำ เลยแบ่งครึ่งเอาก็ได้ -3- แย่เลย รู้สึกว่าต้องรีบปั่นตอนต่อไปเร็วขึ้นอีกแล้ว
ชอบบบบจังงานแบบไฟลนตูสแบบนี้ ฮี่ฮี่ - -

หลังจากตอนนี้ปมหลายปมที่ผูกๆมาคงคลายไปได้เยอะแล้วล่ะ น่าจะมาถึงครึ่งเรื่องแล้วนะ(ฮ้า...เพิ่งครึ่งนึงเองเหรอเนี่ย!!o__O"...อืม แต่ก็ไม่ได้จะเขียนอะไรยาวเป็นมหากาพย์แบบLOTRน้าาาาา...)
อ่าว พูดแล้วก็นึกขึ้นได้ว่านี่แปะไปครึ่งตอนเองนี่นา สปอยล์เรื่องตัวเองซะงั้น
อีกครึ่งหลังค่อยแอบมาแปะต่อกลางดึกคืนหลังละกันนะ
โอ๊ยยย เขียนตอนจบรอไว้ตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่จะได้ใช้เนี่ย...โวยวายๆ

ส่วนtheme&background ก็ไม่มีอะไร กล่าวถึงหน่อยว่าวาดและลงสีเอง...ก็ดูๆแล้วยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ เราไม่ค่อยมีเซนส์เรื่องสีและการสร้างบรรยากาศให้ภาพน่ะ - -" แฮร์กะเดรก็ลงสีกันคนละสไตล์ และขอบอกว่าทำได้ครั้งเดียวด้วย(ลงสีแบบเดร<<มันทำให้เรางงมากกับแสงเงาทั้งผิวและเสื้อผ้า) ก็ยังแอบแก้bgอันนี้อยู่เรื่อยๆนะ ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าจะเพิ่มอะไรขึ้นเล็กๆน้อย เร็วๆนี้แอบมาเติมเงาล่ะ - -" มีอีกหลายส่วนเหมือนกันที่จะแก้และเติมแต่ก็อย่างเคยว่าขอเก็บไว้ก่อน...

เอ๊ะ เอาเวลาไปแต่งฟิกต่อไม่ดีกว่าเหรอ ~..~ ฮึ่ม

ท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้เช่นเคยนะ รวมถึงน้อง Luscinia ด้วย ที่แสดงตัวและคอมเมนต์ให้กำลังใจมา ตลอด เป็นนักอ่านในดวงใจเลยแฮะ ^^

{ส่วนใครที่มีความคิดเห็นอะไรทั้งที่เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับฟิกก็เขียนมาได้เน้อ เจ้าของบลอกใจดีและรักเด็กจ้าาาาาา ^___^|